ผู้เขียน หัวข้อ: "บิ๊กอ็อด"วางแผนอีก3ปีไทยจะมีโค้ชทุกระดับ4-5พันคน  (อ่าน 258 ครั้ง)

มหาเทพจุติ

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 383
    • ดูรายละเอียด

     "บิ๊กอ็อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯวางเป้าอีก สามปีข้างหน้ามีนโยบายชัดเจนจะต้องมีการฝึกอบรมโค้ชในระดับต่างๆรวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 4,000-5,000 คน เพื่อรองรับโรงเรียน และ อคาเดมี่ลูกหนังต่างๆย้ำชัดเป็นนโยบายการพัฒนากีฬาฟุตบอลระดับรากหญ้า เพื่อเปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริง

วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 เวลา 13.00 น. ณ ที่ทำการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดการประชุมร่วมกับ ผู้เข้าอบรมหลักสูตร AFC 'Pro' Coaching Diploma Course เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนหลักสูตรที่ 2 ณ กรุงโซล ประเทศ เกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม - 15 มิถุนายน 2560

สำหรับหลักสูตรที่ 2 มีผู้เข้าร่วมอบรมคอร์สดังกล่าว จำนวน 19 ท่าน จะเข้าสังเกตุการณ์ เกมการแข่งขันฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี รวมถึงเยี่ยมชมการฝึกซ้อมของ สโมสร ชนบุค ฮุนได มอเตอร์ส และ เอฟซี โซล รวมถึงการทำงานของสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้

หลังจากการประชุม พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า "วันนี้นะครับ โค้ชที่เข้าอบรมหลักสูตร AFC 'Pro' Coaching Diploma Course ซึ่งกำลังเดินทางไปอบรมหลักสูตรที่ 2 ที่ประเทศเกาหลีใต้ได้เข้ามารายงานตัวรับสิ่งของเพื่อเดินทางไปเกาหลีใต้ในคืนวันที่ 30 พฤษภาคม ได้มีโอกาสพูดคุยกับทุกคนที่เข้าอบรมและบอกทุกคนว่า ทุกคนเป็นความหวังในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยในอนาคต"

"อย่างที่ทราบกันดีว่า ประเทศไทยมีโค้ชระดับ Pro License เพียงคนเดียว นี่เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่จัดอบรมขึ้น ทั้งหมดมี 19 ท่านเป็นชาวต่างชาติ 3 ท่าน และ ชาวไทย 16 ท่าน ถ้าทุกท่านผ่านหลักสูตรการอบรมทั้งหมด ในเร็ววันนี้ ประเทศไทยจะมีโค้ชระดับโปรไลเซนส์ทั้งหมด 16 คน ซึ่งสมาคมฯได้วางเป้าหมายไว้ว่า ใน 3 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีโค้ชระดับ Pro License มากมาย"

" ในอนาคตอันใกล้ หากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย เปลี่ยนแปลงกฏกติกาให้ สโมสรทุกสโมสรมีโค้ชระดับโปร ไลเซนส์ ทั้งหมด โดยเฉพาะในการแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ในปีที่ผ่านมา สโมสรต่างๆจำเป็นต้องมีผู้ฝึกสอนระดับโปร ไลเซนส์ เพื่อเตรียมความพร้อม"

"ยกตัวอย่างเช่นปีที่ผ่านมาทั้ง ธชตวัน ศรีปาน และ มาโน โพลกิ้ง ที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนในการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ก็ได้รับความอนุโลมจากสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ให้ทำหน้าที่ได้ ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องจำเป็น"

"สมาคมฯ เล็งเห็นว่าการพัฒนากีฬาฟุตบอลไทยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในระดับรากหญ้า ถ้าเราไม่มีโค้ชเพียงพอ ในประเทศไทยมีโรงเรียน 7,000 กว่าแห่ง และอคาเดมีฟุตบอลประมาณ 3,000 กว่าแห่ง ถ้าเราจะยกระดับทั้งหมด เราต้องมีโค้ชอย่างต่ำที่ถือใบอนุญาตระดับ ซีไลเซนส์ให้เพียงพอ แต่ตอนนี้รวมโค้ชที่ถือใบอนุญาตไล่ตั้งแต่ โปร, เอ, บี และ ซี ไลเซนส์ รวมกันแล้วยังไม่ถึง 1,000 คน สามปีข้างหน้าเรามีนโยบายชัดเจน ว่าจะต้องมีการฝึกอบรมโค้ชในระดับต่างๆรวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 4,000-5,000 คน เพื่อรองรับโรงเรียนต่างๆ"

" รวมถึงอคาเดมีฟุตบอล เมื่อถึงวันนั้น การพัฒนาในระดับรากหญ้าจึงจะเป็นความจริง เพราะผู้ฝึกสอนฟุตบอลตามโรงเรียนและอคาเดมี มีผู้ผ่านการฝึกอบรมน้อยมาก หากเรามีจำนวนเพียงพอเราจะสามารถปรับมาตรฐาน เพื่อให้โค้ชที่ผ่านการอบรม ไม่เสียเปล่าจะมีงานทำในอนาคต เป็นการสร้างงานขึ้นมาใหม่ นี่คือนโยบายการพัฒนากีฬาฟุตบอลระดับรากหญ้า เพื่อเปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริง"

ด้าน วิทยา เลาหกุล อุปนายกฝ่ายพัฒนาเทคนิค กล่าวว่า "ตอนแรกเราเลือกอบรมหลักสูตรที่ 2 ที่ประเทศญี่ปุ่น พอดีช่วงนี้มีการแข่งขันฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ที่ประเทศเกาหลีใต้ การไปชมเกมเยาวชนระดับโลก น่าจะได้ประโยชน์มากกว่า อีกอย่างคือสโมสรบางสโมสรในญี่ปุ่นไม่สะดวกที่จะให้เข้าสังเกตุการณ์ ซึ่งทางเกาหลีใต้ได้อำนวยความสะดวก และได้รับความร่วมมือจากสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้เป็นอย่างดี หลายๆคนอยากชมการฝึกซ้อม และ การบริหารทีมของเกาหลีใต้ด้วย"

"การทำงานในหลักสูตรที่ 2 ถือเป็นสิ่งที่หนัก เพราะมีทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติ รวมถึงการวิเคราะห์เกมต่างๆ และเชื่อได้เลยว่า 24 ชั่วโมงของแต่ละวันนั้น แต่ละคนอาจจะไม่มีเวลาพัก จากหลักสูตรแรก เห็นได้ชัดว่าเป็นงานที่หนัก โดยเฉพาะทฤษฏี โดยเฉพาะการทำปริญญานิพนธ์"

สำหรับ การอบรมหลักสูตร AFC 'Pro' Coaching Diploma Course หลักสูตรที่ 3 จะเป็นการทำปริญญานิพนธ์ และหลักสูตรที่ 4 จะจัดขึ้นที่ประเทศไทย ในช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. 2561
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 พฤษภาคม 2017 โดย มหาเทพจุติ »